วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

บทที่ 1 การทบทวนความรู้พื้นฐาน (Review)

ขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรม
  1. กำหนดปัญหา (Define the Problem)
  2. ร่างรายละเอียดแนวทางการแก้ไขปัญหา (Outline the Solution)
  3. พัฒนาอัลกอลิทึ่ม (Develop and Algorithm)
  4. ตรวจสอบความถูกต้องของอัลกอลิทึ่ม (Test the Algorithm for Correctness)
  5. เขียนโปรแกรม (Programming)
  6. ทดสอบโปรแกรม(Testing)
  7. จัดทำเอกสารและบำรุงรักษาโปรแกรม (Document and Maintain the Program)
ขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรมจะต้องมีการทำที่เป็นขั้นตอนลงไปเรื่อยๆเป็นลำดับตั้งแต่ขั้นตอนที่ 1-7

Program Design Methodology
  1. การออกแบบโปรแกรมแบบ Procedure-Driven
    • แนวคววามคิด - มีกระบวนการ (Processes) หรือฟังก์ชัน (Functions)
  2. การออกแบบโปรแกรมแบบ Event – Deiven
    • แนวความคิด - เหตุการณ์หรือการโต้ตอบจากภายนอกเป็ฯสำคัญ ที่ส่งผลต่อการโปรแกรมในด้ารการเปลี่ยนแปลงในแต่ละสถานะ
  3. การออกแบบโปรแกรมแบบ Data – Driven
    • แนวความคิด - ข้อมูลในโปรแกรมมากกว่ากระบวนการ โดยเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ข้อมูลและควาสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล มีการกำหนดโครงสร้างเบื้องต้น และเมื่อโครงสร้างข้อมูลได้ถูกกำหนดขึ้น ความต้องการในผลลัพธ์ของข้อมูลก็จะถูกพิจารณาในลำดับถัดไปว่ามีกระบวนการใดที่จะทำการแปลงข้อมูลนำเข้าเพื่อไปสู่ผลลัพธ์หรือเอาต์พุตที่ต้องการ
การเขียนโปรแกรมแบบ Procedural และ Object – Oriented
  1. การเขียนโปรแกรมแบบบนลงล่าง (Top-Down Development)
    • ตัวอย่างเช่น
    • image
    • ตัวอย่าง คลาสไดอะแกรมที่ออกแบบขึ้นเพื่อการโปรแกรม
    • image
Objective of Structured Program Design Techniques
  1. ต้องการให้โปรแกรมมีคุณภาพและคาดหมายพฤติกรรมการทำงานของโปรแกรมได้
  2. โปรแกรมสามารถที่จะแก้ไข ปรับปรุง หรือดัดแปลงได้ง่ายในอนาคต
  3. ทำให้ขั้นตอนของการเขียนโปรแกรมเป็ฯไปอย่างมีระบบ มีความสะดวกและง่ายขึ้น
  4. ลดเวลาในการพัฒนาโปรแกรม
Introduction to Algorithm and Pseudo Code
  1. Algorithm
    • คือ กลุ่มของขั้นตอนหรือกฏเกณฑ์ที่จะนำพาไปสู่การแก้ไขปัญหาได้
    • คือ ขั้นตอนวิธี ซึ่งจะใช้อธิบายว่างานนั้นๆทำอย่างไร โดยจะประด้วยชุดลำดับเป็นขั้นตอนที่ชัดเจน และรับประกันว่าเมื่อได้ปฏิบัติถูกต้องตามขั้นตอนจนครบ ก็จะได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องตามต้องการ
ExampleAlgorithm
อัลกอริทึ่มในการใช้เครื่องคิดเลขรวมตัวเลข
  1. turn on calculator
    clear calculator
    repeat the following instructions
    key in baht amount
    key in decimal point (.)
    key in satang amount
    press addition(+) key
    until all prices have been entered
    write down total price
    turn off calculator
Introduction to Algorithm and Pseudo Code (Cont.)  
Pseudo Code
  1. นำมาใช้แทนอัลกอริทึ่ม
  2. โปรแกรมเมอร์สามารถนำอัลกอลิทึ่มที่นำเสนอในรูปแบบซูโดโค้ดไปเขียนเป็นชุดคำสั่งภษาฌปรแกรมได้ทันที
หลักกการเขียนซูโดโค้ด
  1. ถ้อยคำหรือประโยคคำสุั่ง (Statement) ให้เขียนอยู่ในรูปแบบของภาษาอังกฤษอย่างง่าย
  2. ในหนึ่งบรรทัดให้เขียนประโยคคำสั่งเพียงคำสั่งเดียว
    ควรใช้ย่อออหน้าให้เป็นประโยชน์เพื่อแยกคำเฉพาะ (Keyword) ได้อย่างชัดเจนรวมถึงจัดโครงสร้าง การควบคุมให้เป็ฯสัดส่วน ซึ่งการกระทำดังกล่าวจะทำให้อ่านง่าย
  3. แต่ละประโยคคำสั่งให้เขียนลำดับจากบนลงล่าง โดยเพียงทางเข้าทางเดียวและมีทางออกทางเดียวเท่านั้น
  4. กลุ่มของประโยคคำสั่งต่างๆอาจจัดรวมกลุ่มเข้าด้วยกันในรูปแบบของโมดุล แต่ต้องกำหนดชื่อโมดุูลเหล่านั้นด้วย เพื่อสามารถเรียกใช้งานโมดูลนั้นได้
Six Basic Computer Operations
  1. คอมพิเตอร์สามารถรับข้อมูลได้
    • read ใช้เมื่อมีการรับหรืออ่านเรคอร์ดจากไฟล์ข้อมูล
    • get ใช้สำหรับข้อมูลจากแป้นคีย์บอร์ด   เช่น                                                                                   
    •  read studentName
      get systemDate
      read number1, number2
      get taxCode
  2. คอมพิวเตอร์สามารถแสดงผลลัพธ์ได้
    • print มช้สำหรับการส่งผลลัพธ์ออกทางเครื่องพิมพ์
    • write ใช้สำหรับการส่งเอาต์พุตเพื่อเก็บบันทึกลงในไฟล์
    • put,output หรือ display จะใช้สำหรับการส่งเอาต์พุตออกไปแสดงผลทางจอภาพ เช่น                  
    •  print “Program Completed”
      write customer record to master file
      put name, address and postcode
      output totalTax
      display “End of data”
    • คำสั่ง prompt ที่ใช้สำหรับแสดงข้อมความก่อนที่จะใช้คำสั่ง get, เพื่อจะสามารถสื่อสารโต้ตอบกับยูสเซอร์ได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น         เช่น
    •  promt for studentMark
      get studentMark
  3. คอมพิวเตอร์สามารถคำนวณได้
    • สัญลักษณ์ที่ใช้ในการคำนวณ
      • สัญลักษณ์ + ใช้แทนการบวก (Add)
      • สัญลักษณ์ - ใช้แทนการลบ (subtract)
      • lสัญลักษณ์ * ใช้แทนการคูณ (multiply)
      • สัญลักษณ์ / ใช้แทนการหาร (divide)
    • คำกริยาที่ใช้ในการคำนวณจะใช้คำว่า compute และ culculate เช่น  divide totalMarks by studentCount
      salesTax costPrice * 0.10
    • compute C = (F – 32) * 5 / 9
  4. คอมพิวเตอร์สามารถกำหนดค่าตัวแปรได้
    • สามารถทำได้ 3 รูปแบบ ดังนี้
      1. ใช้คำกริยา initialize หรือคำว่า set เพื่อกำหนดค่าเริ่มต้นให้กับตัวแปร
      2. ใช้สัญลักษณ์เครื่องหมาย = หรือเครื่องหมาย <-- เพื่อกำหนดค่าให้กับตัวแปร
      3. ใช้คำกริยา store ในการเก็บข้อมูลให้กับตัวแปร
      4. initialize totalPrice to zero
      5. set studentCount to 0
      6. totalPrice = costPrice + salesTax
      7. totalPricecostPrice + salesTaxstore customerId in lastCustomerID
  5. คอมพิวเตอร์สามารถเปรียบเทียบและเลือกการทำงานได้
    • ใช้คำ if…then…else และจบด้วย cnd if เสมอ
    • if employeeStatus is partTime then add 1 to partTimeCount else Mr.Warawut Chapter 1 Review 35 add 1 to fullTimeCount end if
  6. คอมพิวเตอร์สามารถทำงานซ้ำๆได้
    1. ใช้คำ dowhile…end หรือ repeat…until
    2. dowhile file_flag <> “eof” read student record print studentName, address to report Mr.Warawut Chapter 1 Review 36 add 1 to studentTotal enddoeof        eof – End Of File
The Three Basic Control Structures
  1.  The Three Basic Control Structures แบบเรียงลำดับ (Sequence) ทำงานตามชุดคำสั่งแบบลำดับ จากบนลงล่าง 
  2. แบบเลือกการทำงาน (Selection) เปรียบเทียบเงื่อนไขโดยใช้คำสั่ง
 if…
then….
else ….
end if
แบบทำงานซ้ำ (Repetition)

dowhile จะทำงานซ้ำไปเรื่อยๆ เมื่อตรงกับเงื่อนไขจนกระทั่งเงื่อนไขเป็นเท็จ ก็จะหลุดออกจากลูป
dowhile condition p is true
statement block
enddo

ส่วน repeat …. until จะทำการ execute statement
ก่อนเช็คเงื่อนไข
repeat
statement
statement
until condition is true

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น